"หมอมาลินี"
วินิจฉัยผู้นำไทยมีภาวะบกพร่องทางสติและวาจา ส่งผลให้ "วุฒิภาวะต่ำ"
อาจนำพาประเทศให้เสียหายได้ แนะหยุดพักรักษาตัวให้มีสุขภาพแข็งแรง
จะสามารถช่วยแก้ไขให้ดีขึ้นได้ ขณะที่ "สมัคร" อัดอั้นใจถูกวินิจฉัยโรคกลางสภาผู้แทนราษฎร
ตอบโต้ว่าแม้อายุมาก แต่สติปัญญายังเฉียบแหลม มีพี่น้องเป็นหมอ และมีคณะรัฐมนตรีอีก
35 คน คอยตรวจสอบตลอดเวลา ทั้งหมดข้างต้นนี้เป็นบรรยากาศช่วงหนึ่ง
ในการแสดงออกของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ที่โต้ตอบออกมาเมื่อถูกฝ่ายค้านตั้งประเด็นอภิปรายไม่ไว้วางใจถึง
9 ข้อ ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องที่คาใจนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่วันอภิปรายวันแรก
ว่า มีการแค่นเขียนกันออกมา ทั้งที่ควรจะมีแค่ 3 ข้อเท่านั้น
ต่อมา "หมอมาลินี"
หรือ พ.ญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรม และส.ส.สัดส่วน
พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายนายกรัฐมนตรี ตามญัตติข้อ 8 และข้อ 9 ว่า
สิ่งที่จะพูดในวันนี้ ได้ใคร่ครวญแล้วว่า ต้องรับผิดชอบต่อประชาชน
สืบเนื่องมาจากการที่ท่านนายกฯ ถามถึงคำว่า "วุฒิภาวะ" เมื่อวานนี้
มีคำจำกัดความว่าอย่างไร โดยมีหลักฐานวิชาการทางการแพทย์ยืนยันเรื่องวุฒิภาวะนั้น
มีทั้งไอคิวและอีคิวเช่นคนอายุ 70 ปีไปจ้องมองหน้าสื่อมวลชน หรือคนอายุ
70 กว่าปี ร้องอยากได้ของเล่น ถือว่าวุฒิภาวะต่ำ ทั้งนี้ หนังสือหลายเล่มที่ตนได้อ่าน
เช่น เบเนโต้ มุโสลินี อดีตผู้นำอิตาลีเป็นผู้ป่วยที่บริหารประเทศ
ที่มีพฤติการณ์เบี่ยงเบน หรือ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เป็นผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน
ต้องกินยาถึง 28 ชนิด หรือ อินดี้ อามิน อดีตผู้นำยูกันดา เป็นเช่นใดการเป็นผู้นำนั้นต้องมีสุขภาพกายและจิตที่แข็งแรง
จึงคิดว่านายกฯ ควรหยุดพักรักษาตัวให้มีสุขภาพแข็งแรง จะได้ช่วยให้ประเทศปลอดภัย
"หมอมาลินี"
หนึ่งในสมาชิกที่อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ชี้ว่า ข้อ 9 มีเหตุผลที่เชื่อได้ว่า
ผู้นำต้องมีสิ่งสำคัญ คือ สามารถวินิจฉัยเรื่องต่างๆ ได้ หรือมี Decision
making แต่เมื่อผู้นำมีพฤติการณ์ที่เบี่ยงเบน จึงขอแนะนำให้ไปอ่านหนังสือชื่อ
"เขาปล่อยให้ผู้นำประเทศมีวุฒิภาวะต่ำ" และ "ผู้ป่วยปกครองโลก"
จากนั้นนายสมัครขอใช้สิทธิอภิปรายตอบโต้ว่า ตนอยู่สภามาจนอายุป่านนี้
ก็เห็นว่ามันประหลาดที่แพทย์ออกมานำเรื่องของคนไข้มาพูดนอกโรงพยาบาล
ขอให้ไปทบทวนเรื่องใบประกอบวิชาชีพด้วยว่าอนุญาตหรือไม่ ตนมีพี่น้องเป็นแพทย์
และตนไปตรวจสุขภาพทุกสามเดือน นามสกุลตนแปลว่าหมอดี และคนที่อภิปรายนั้นก็นามสกุลที่มีความหมายว่าหมอ
เรื่องไอคิวและอีคิวนั้น อยู่ที่การแสดงออก และการจ้องหน้าคนต้องปัญญาอ่อน
นักแสดงคงแสดงไม่ได้ เพราะปัญญาอ่อนไปหมด คนอายุ 40 กว่าปีปัญญาอ่อนก็มี
แต่คนอายุเยอะที่มีปัญญาก็มี สติปัญญานั้นรู้ได้เมื่อคุยกัน
นายกฯ สมัคร
วันนี้ไม่มีทั้งอารมณ์ขัน และจะพูดตอบโต้ในทุกรูปแบบและทุกเวลา โดยไม่ยอมปล่อยผ่านแม้เป็นประเด็นเล็กประเด็นน้อย
โดยโต้แย้งกลับว่า "เป็นหมอเห็นคนกินน้ำแดงและเค้กก็วิตกนั้น
ทำไมตื่นเต้นขนาดนั้น ตนเจอนายอภิสิทธิ์เรื่องไหว้ไม่ไหว้นั้น นายอภิสิทธิ์เดินมาก็รับไหว้แล้ว
เมื่อขึ้นเวทีจะรับไหว้อีกก็ไม่ต้องแล้ว ตอนนั้นทีวีไม่ได้ถ่ายไว้
รู้ไหมเมื่อวันงานศพแม่ของผบ.ทบ.ไปถามก็ได้ว่าตนเป็นประธานวางดอกไม้
นายอภิสิทธิ์นั่งหลังตน หากตนไม่มีความคิดอ่าน วางดอกไม้เสร็จก็เดินออก
หากเป็นอย่างที่ว่า แต่รู้ไหมสิ่งที่ตนทำคือวางดอกไม้เสร็จก็กวักมือเรียกนายอภิสิทธิ์แล้วให้มาวางดอกไม้ต่อจากตน
จากนั้นก็จูงมือนายอภิสิทธิ์มาคุยกันว่าแม่สบายดีไหมก็เดินมาด้วยกัน
คนผิดปกติทำกันแบบนี้หรือ"
นายกฯ สมัครพ้อว่า
ญัตติข้อ 9 น่าตื่นเต้น ในสภาเป็นอย่างนี้ได้นั้น ใบอนุญาตของแพทย์อนุญาตให้วิจารณ์คนไข้นอกห้องตรวจนั้นทำได้หรือ
ไม่เคยคิดว่าจะมีหมอมาอภิปรายแบบนี้ ขอให้คิดด้วย จะวิเคราะห์อารมณ์ของตนโดยนำหนังสือสองเล่มนั้นมาอ้าง
ซึ่งหนังสือพวกนั้นได้อ่านแล้ว ลองคิดหน่อยว่าการเมืองนั้น คนอายุ
73 ปี ใช้ไม่ได้แล้วหรือ คนอายุมากกว่าในสภานี้สติปัญญายังเฉียบแหลมใช้ได้
ถ้าหากทำงานไม่ได้ก็ไม่อยู่แล้ว ตอนนี้เดินช้าหน่อยเพราะขามันตึง เดินเอามือไขว้หลังก็มีคนวิจารณ์
จ้องหน้าผู้สื่อข่าวก็เป็นสิทธิเพราะตรวจแล้วไม่มีมาตราใดห้าม "ประหลาดใจตรงนี้ที่หมอมานั่งวิเคราะห์ประกาศไปทั่วประเทศ
หมอพูดเร็วเท่าผมหรือไม่ พฤติกรรมผมมีอะไรเสียหายบ้าง มีสติปัญญาหรือไม่
ทำอะไรเสียหายบ้างในช่วงสี่เดือน ถลุงเงินบ้านเมือง ฉกฉวย โกงบ้างไหม
ฟังหมอพูดแล้วผมก็วิจารณ์ เพราะหมอวิจารณ์ผมได้ ผมก็วิจารณ์ได้ แสดงให้เห็นว่าเขียนญัตติแบบนี้จึงต้องเล่าให้ฟังและแสดงให้เห็นว่าสติปัญญาอย่างเราบริหารบ้านเมืองได้"
บทสรุปในวันนี้
เราค่อนข้างจะเห็นด้วยและสนับสนุนกับการวินิจฉัยโรควุฒิภาวะผู้นำของ
"หมอมาลินี" ที่ว่า "ผู้นำที่ดี" นั้น จะต้องมี
"วุฒิภาวะที่ดี" โดยไม่มีพฤติการณ์เบี่ยงเบนจนทำให้งานบริหารประเทศเสียหาย |