นายอภิสิทธิ์
เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
กล่าวว่า ไม่ทราบเจตนาของนายกฯคืออะไร แต่การพูดลักษณะนี้ไม่ได้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นคงทางการเมืองและไม่ได้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะแก้ไขปัญหาอะไรได้
ไม่ใช่ครั้งแรกที่นายกฯออกมาพูดในทำนองนี้ พรรคเคยทักท้วงไปหลายครั้งแล้วว่าหากสิ่งที่นายกฯพูดเป็นความจริงรัฐบาลจะต้องดำเนินการ
แต่หากไม่เป็นความจริงผลเสียจะตกอยู่กับรัฐบาลเองเพราะทำให้เกิดความหวั่นไหวในตัวรัฐบาล
และเสถียรภาพของรัฐบาล
"อยากจะย้ำอีกครั้งว่าท่านนายกฯน่าจะหลีกเลี่ยงที่จะพูดลักษณะนี้
คือถ้ามีอะไรที่ผิดปกติท่านก็ดำเนินการไปเลย การพูดลักษณะนี้มีแต่จะบั่นทอนรัฐบาล
ทำให้การแก้ปัญหาต่างๆ ลำบากมากขึ้น ส่วนเหตุผลจะเป็นเพราะอะไรผมไม่ทราบ
เรื่องแบบนี้ได้ยินครั้งแรกก็ได้ยินจากท่านนายกฯนี่แหละ ดังนั้น ดีที่สุดคือหลีกเลี่ยงเถอะครับ
แล้วไปสร้างบรรยากาศในการแก้ไขปัญหาดีกว่า โดยเฉพาะเรื่องเงินเฟ้อ"
นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายเทพไท
เสนพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า จากการที่ได้สอบถามไปยังหน่วยงานและฟังข่าวจากคนที่รับผิดชอบ
โดยเฉพาะผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ทุกฝ่ายปฏิเสธว่าไม่มีกระแสข่าวเรื่องนี้
เรื่องนี้นายสมัครอาจจะหวาดระแวงหรือหูแว่ว เหมือนกับที่หลายฝ่ายบอกว่านายสมัครกำลังเป็นโรคจิตเพศ
ในส่วนลึกอาจจะหวาด ระแวงเรื่องคดีนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ ส.ส.สัดส่วน
ฟ้องหมิ่นประมาท ที่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์ใกล้เข้ามาแล้ว ซึ่งนายวีระ
สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น เคยบอกว่าจะมีการยื้อคดี
ซึ่งตนได้สอบถามไปยังนายสามารถได้คำตอบมีการล็อบบี้เพื่อให้ถอนฟ้อง
วิ่งเต้นไปถึงพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ ที่ นายสามารถเคารพ เพื่อขอให้นายสามารถ
ถอนฟ้อง แต่นายสามารถไม่ยินยอม สุดท้ายมีการวิ่งเต้นถึงนักธุรกิจใหญ่ที่นายสามารถเป็นที่ปรึกษา
เพื่อให้นายสามารถถอนฟ้องแต่นายสามารถไม่ยินยอมและได้ลาออกจากการเป็นที่ปรึกษาแล้ว
พญ.มาลินี
สุขเวชชวรกิจ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าว่า เป็นถึงผู้นำประเทศไม่ควรออกมาพูดโวยวายว่ามีกลุ่มคนจะมาอุ้ม
เพราะจะทำให้สังคมสะเทือนปั่นป่วน การพูดแบบนี้ทำให้ต่างชาติมองถึงวุฒิภาวะผู้นำประเทศเป็นอย่างไร
ทำเหมือนเด็กร้องไห้งอแงโวยวาย ผู้นำประเทศจะพูดอะไรควรคำนึงผลประโยชน์ส่วนรวม
มิฉะนั้น สังคมจะไม่สงบสุข
|